Profil för KawinMessy Amp ^+^FotonBloggListorMer ![]() | Hjälp |
|
Messy Amp ^+^den 19 mars เรื่องของเด็กกำพร้า
ความฝันของหนึ่ง ใครไหนจะเข้าใจหัวอกของลูกกำพร้าเท่ากับผู้ที่เป็นลูกกำพร้าด้วยกันเอง ชีวิตน้อยๆของกระผมนั้น เริ่มต้นขึ้นที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ซึ่งกระผมภูมิใจที่จะเรียกว่า “บ้าน” ในรั้วบ้านที่กระผมอยู่นั้น ไม่ได้มีแต่กระผมเพียงคนเดียว หากแต่มีเพื่อนๆ ชาวเด็กกำพร้า เช่นเดียวกับกระผม เราอยู่กันอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน เด็ก ก็คือเด็กครับ เมื่อครั้งยังเด็ก พวกเราชาวเด็กกำพร้า สนใจแต่เรื่องที่จะเล่นกันเท่านั้นครับ การเป็นลูกกำพร้าไม่เคยเป็นปัญหาต่อการเล่นสำหรับพวกเราเลย แม้แต่น้อย จนชีวิตเริ่มก้าวเข้าสู่การเป็นวัยรุ่น .........................กลางดึกของคืนหนึ่ง เมื่อประตูรั้วบ้านชาวเด็กกำพร้าของพวกเรา ถูกเปิดต้อนรับให้กับ “สมากชิกใหม่” ............................. แน่นอนครับ เขาผู้นั้นจักต้องเป็นผู้ที่กำพร้า เช่นเดียวกับเราๆ อย่างแน่นอน สมาชิกใหม่ของเราคนนี้นั้น เขาชื่อ หนึ่งครับ นายหนึ่งนั้นดูผิวเผินเขาก็ปกติ เหมือนมนุษย์ปุถุชนทั่วไปล่ะครับ แต่ทว่าเขาค่อนข้างจะเป็นคนที่มีความฝัน...... กระผมและเพื่อนๆในบ้านต่างก็ชื่นชมในความแน่วแน่และเด็ดเดี่ยวที่จะเดินตามความฝันของนายหนึ่งคนนี้เป็นอย่างมากครับ ....................................เพราะนายหนึ่งของเราคนนี้ล่ะครับที่มาจุดประกายให้พวกเรามีฝัน คุณๆทราบกันไหมครับว่าสมาคมชาวเด็กกำพร้าอย่างพวกกระผมช่างมีความฝันอันหลากหลาย พรั่งพรู ไม่รู้ว่าออกมาจากสมองส่วนไหนกันบ้าง แต่ทว่าวันหนึ่ง ชาวเด็กกำพร้าอย่างพวกเราก็ได้เรียนนรู้ว่า เรามีฝันที่ร่วมกันอยู่ ความฝันหนึ่ง ........ ฝันเล็กๆนั้นคือ การที่จะได้รู้ว่า พ่อแม่ของตนคือใคร......... เมื่อรวบรวม เพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้ นายหนึ่งของเราก็นำพวกเรา หนีออกจากบ้าน ซึ่งการหนีในครั้งนี้เป็นเพียงการหนีเที่ยวผสมกับอุดมการณ์ตามหาความฝันด้วยล่ะครับ เราเริ่มต้นจากห้างสรรพสินค้า, ป้ายรถเมล์, สี่แยกไฟแดง,สวนสาธารณะ แล้วอีกหลายสถานที่ ที่กระผมทั้งจำได้และจำไม่ได้ครับ แต่เรียกได้ว่าเราไปมาทั่วทุกสารทิศจริงๆ จนถึงทุกวันนี้ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ตามหาบุพการี ของพวกเราชาวเด็กกำพร้า บ้างก็ประสบความสำเร็จ ได้พบเจอ ได้รู้ว่าพ่อแม่ตนเองนั้นเป็นใคร ....... บ้างก็ต้องกลับมาอยู่บ้านกันตามเดิม เพราะไม่ประสบความสำเร็จ อย่างเช่นกระผมแต่พวกเราก็ยังภูมิใจครับว่าครึ้งหนึ่งเราได้เดินตามความฝัน ตามอุดมการณ์ของพวกเรา จะมีก็เพียงแต่ นายหนึ่ง “เพื่อนชาวกำพร้า หัวแข็ง” ของเรานี่ล่ะครับ ที่ไม่ยอมลดละความพยายาม ...............ด้วยความรัก ความหวังและความฝันอันสูงสุดว่าจะได้พบพ่อสักครั้งของนายหนึ่ง............... ทำให้ทุกๆคนที่พบเจอเขารับรู้ในทันที ว่าเขาเป็นลูกกำพร้า ก็เพราะไอ้ประโยดติดปากที่ใช้ตามหาฝันที่ว่า “ มึงรู้มั๊ย พ่อกูเป็นใคร” ของเขานั่นน่ะสิครับ ทำให้บ้านเด็กกำพร้าของเราโดยเฉพาะนายหนึ่งโด่งดัง เป็นข่าวมาจนทุกวันนี้ ............................ทุกๆที่ที่เขาไป ทุกคนที่เขาเจอไม่ว่าจะถูกชะตาหรือไม่ หนึ่งมักจะเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วตะโกนใส่หน้าและถามเสียงดังอย่างไม่อาย ว่า “มึงรู้มั๊ย พ่อกูเป็นใคร” สำหรับเด็กกำพร้าบางคน การไม่ได้รู้จักพ่อแม่ตนเอง ดูจะเป็นเรื่องน่าน้อยใจก็จริง แต่พวกเราก็ไม่เคยเอามาเป็นปัญหาสำคัญในการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมครับ แม้กระทั่งผม ผมได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนๆผู้น่ารักคนอื่นๆ ที่เขามีทั้งพ่อและแม่ แต่ผมก็ไม่เคยคิดที่จะเข้าไปถามหรืออยากจะทราบที่มาที่ไปของเขา ว่า “พ่อมึงเป็นใคร” ผมสนใจเพียงแต่ว่า ให้เขาเป็นคนดีแล้วผมเข้ากับเขาได้ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผม แต่สำหรับเด็กกำพร้า ที่มีปมในหัวใจอย่างนายหนึ่ง การที่จะได้รู้ถึงพ่อแม่ บุพการีของเพื่อนใหม่นั้นเป็นเรื่องสำคัญมากครับ ปมด้อยของการเป็นเด็กไม่เคยรู้จักพ่อแม่ของหนึ่งนั้น ทำให้หนึ่งเลือกคบเฉพาะแต่เพื่อนที่มีบุพการีและมีสกุลรุณชาติเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพียงเพื่อที่จะสานต่อปฏิบัติการตามหาความฝันที่อยากจะรู้ว่า “พ่อกูเป็นใคร” ของตนเองนั้น ให้เป็นจริง เร็วๆสักที...................... ปล.ครับ ด้วยอานิสงค์ของการคบเพื่อน ที่มีบุพการีสูงสกุลของนายหนึ่ง ทุกวันนี้เขาได้รับราชการ มีตำแหน่งใหญ่โต แต่ก็ยังอดที่จะเฝ้าถามคนอื่นไม่ได้ครับว่า “มึงรู้มั๊ย พ่อกูเป็นใคร”
den 10 september One Year Anniversary...and I hate you.นานๆจะเจอกันที แว่บไมทางนู๊นที ทางนี้ที จนไปๆมาๆ มานับได้ว่า ปีนึงแล้วครับพี่น้องที่ทำงานอยู่ ณ ที่ๆเดียว
ไอเรานี่ก้อ ไม่รู้จะเรียกว่าโรคจิตรึปล่าวนะ ประมาณว่าถ้าไม่นับ ก็จะไม่รู้สึกว่านาน (เข้าใจกันป่าววะ)
ก็คือ แบบว่า จิงๆก็ทำงานไปเรื่อยๆก็ยังแฮ้ปปี้นะ แต่พอมาคิดๆแล้วรู้ว่าตัวเองทำที่นี่ได้ปีนึงแล้ว
มันเป็นความรู้สึกที่อัตโนมัติยังไงไม่รู้ว่า เฮ๊ยยยยยย หางานใหม่เหอะ (บ้าป่าววะเราหนิ)
ปีนึงสำหรับ ปะป๊า มะม๊า อากู๋ อาอี๊ ก็คงดูว่า ไม่นาน ประสบการณ์ยังน้อยนัก (ลึกๆก็เห็นด้วย)
แต่สำหรับปีนึงที่ต้องทำงานร่วมกับคนประเภทแบบ "จิตไม่ปกติ" นี่มันแสนสาหัสอยู่นา.....
เลยได้เรียนรู้ไรมากมาย ทั้งคน ทั้งงาน แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปทางคนมากกว่า
เพราะอาชีพนี้ นอกจากเพื่อนร่วมงานอันประสาทของข้าพเจ้าแล้ว คุณๆลูกค้าผู้มีพระคุณก็พากันประสาทไปด้วยคร๊าบบบบ
แต่ถ้าจะพูดกันตามเนื้อผ้าแล้ว งานนี้มันก็มันส์ดี การปราบคนประสาทๆให้อยู่หมัด นี่มันแปลว่า เราประสาทไปด้วยรึปล่าวหว่า....
แต่มะเป็นไร เอาเป็นว่า ท้าทายดี แต่เป็นไปได้ก็อยากหาโอกาสใหม่ๆทางการงานอ่ะค่ะ
คิดได้อย่างงี้ ในหัวสมองเรยวางแผนกันให้ควั่กกกกก วุ่นวายไปหมด
แผนการมากมาย ร้อยพัน (ซึ่งมะรู่จะได้ทำและทำได้รึป่าว) แต่คิดเอามัน
เอาเป็นว่า ไว้มีไรใหม่ จะมาอัพเดท ที่นี่ก่อนเรย โอเคมั๊ย...???? den 21 juli Congratulations y'all !!!Today's topic is for you all " The New Graduated One"
I am just the one in a past year ago.
I reconized you all, who came for celebrate ma'Graduation.
I realize as well that when the time goes by
And it's your turn!!!
Congratulations!!!!! ma'dude.
You passed the primary step of life.
Dont think u've got the success.
Coz u havn't do anything yet.
The "REAL" life just gonna start.
You gonna face the several taste of life.
And you gonna know
.....that.....
There's something that more badly than sitting in da'bored class.
5555+ just kidding!
Congratulation again!
.....And.....
Let's go to find your pathway dude!
Hope you catch your dream soon.
(And me as well eieiei)
den 27 juni When u c da blue sky.>>>Blue sky<<<
Can anyone tell me.
How do u feel when u see the blue sky???
What does the "Blue sky" mean for?
.....Sometime i see the blue sky come with the smile.
.......But sometime i see the blue sky come with the tears.
.........Someday my blue sky come with da happiness.
...........And also someday my blue sky come with their sadness.
....Dont you think it strange???....
den 7 juni ประสาทกลับ...กันไปแล้วครับท่าน..หลังจากที่ตกลงปลงใจกันว่า......
โอเค!!!! เราจะไดเอท กัน
เพียงไม่กี่วันเท่านั้นครับพี่น้อง
"คุณพี่แฟน"
ของเราก็ไปลงคอร์สเรียน"ทำขนม"
แล๊ววววววว มันจาอดใจกันได้ไม๊ล่ะเนี่ย
เรียนเสร็จก็หิ้วกลับมาให้ชิมกันถ้วนหน้า
แถมเป็นเมนูขนมปัง+ขนมเค้ก ท๊างงงงน๊านนนนน
ไม่เพียงเท่านั้นฮะ!!!
ที่คุยกันว่าจาไม่กินข้าวตอนเย็นกัน
ก็กลับกลายเปนว่า กินมันแมร่งงงงงงงงง
"ทุกมื้อ" ไม่เว้นอาหารว่าง
.......อิอิอิ........
แต่
เราก็ยังคงมีความตั้งใจเดิม จริงๆนะฮะ
"เรา-จะ-ได-เอท"
คอยดู๊...........คอยดูนะ
สวยละอย่ามาง๊อก้อละก๊านนนนนนน
den 23 maj I'm back here again!หวัดดีทุกคน
ห่างหายไปนาน จนเกือบจะลืมไปแล้ว ว่า เค้าอัพสเปซกันยังงัยหว่า????
(เวอร์มะ??) พอดีวันนี้เคลียร์งานเรียบร้อยแว๊วววว ว่างอยู่พอประมาณ
เลยหาไรทำโดยการอัพเดทกันนิดเนิงอ่ะ
ไม่ได้เจอ ไม่ได้คุย ไม่ได้เข้ามานาน
......หลายอย่างเปลี่ยนไป หลายอย่างยังคงเดิม......
ก่อนอื่นขออัพเดทข้อมูลตัวเองก่อนนิดนึง คือว่า เพื่อนๆฮะ
ตอนนี้เราก็ยังคงขายคอนโดอยู่แถวชิดลมเหมือนเดิมนะฮะ ไปไหนก็โทรมาเช็คเวลากันได้
เผื่อว่างจะไปแจมด้วย อิอิอิ...
เออ!!!!จิงๆแล้ว เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา เราไปเที่ยวกระบี่มานะ แต่พอดีว่า เอารูปไปอัพโหลดลงที่
hi5.com ก็ลองไปดูในนั้นนะ เราขี้เกียจเอามาอัพในนี้อีกทีน่ะ
ส่วนอันนี้ เป็นเรื่องที่ต้องแสดงฟามยินดีอย่างยิ่งสำหรับเพื่อนสาวเสียงแมนของเรา ไอหนึ่ง and the gang
นะจ๊ะ จบกันซะทีนะ ปริญญาใบนี้ เด๋วเดือน กรกฎาเจอกานนนนนน
แล้วก็อีกเรื่องนึง "ริน" ตกลง มึงตั้งชื่อลูกยังวะ????
ดีใจด้วยนะเฟ่ยยยยยย (กรูมีหลานอีกคนแล้วเหรอเนี่ย?)
วันไหนอากาศดีๆ โอกาสเหมาะๆ เจอกันนะเพื่อนๆ คิดถึงๆ
ปล. โตแล้ว ทำงานแล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
แต่... I hope we keep in touch naaa!!
den 20 mars ก็ว่ากันไป.....คนเราทุกวันนี้
แทบจะหาความเป็นตัวของตัวเองไม่ได้ซะแล้ว
ยิ่งอยู่........ยิ่งหาอัตลักษณ์ ตัวตน ของตัวเองที่แท้จริงไม่เจอ
คนจำนวนมาก.ยอมให้ "สังคม" กลืนชีวิตส่วนตัว รวมไปถึง
ความเป็นตัวตนของตัวเองไป ก็เพียงเพื่อที่จะยืนผงาด ยืดไปตาม
"กระแส" ของสังคมที่เข้ามา บ้างก็ดี "บ้างก็เลว"
คละกันไป จนความดี เริ่มจะเลือนหาย ปล่อยให้ "ความเลว"
กระจายฟุ้งไปทั่วเมือง
นี่มันเกิดอะไรขึ้น????
คนเรา ทุกวันนี้ นอกจากจะเรียนวิชาสามัญ ที่หลักสูตรการศึกษาทั่วไปแล้ว
ยังต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหา สิ่ง"เลวๆ" ที่สังคมเป็นอยู่ด้วย
ใครทนได้ก็เป็นที่ยอมรับ นับหน้าถือตา น่าชื่นชม
ส่วนใครที่ดื้อด้าน ยืนยันในความดีที่ยึดเป็น "สรณะ" นั้น
ก็โดนสังคมบีบให้ ตนดูเปรียบเสมือนว่า "กูทำอะไรเลวร้าย"มามากกกกกก
ซะขนาดนั้นเรย
แปลกดีเนอะ
สังคมทุกวันนี้ หรือเราจะต้องหัดปรับตัว
ให้เข้ากับ "น้ำเน่า" ให้ได้ แล้วล่ะสิ
ก็สิ่งมีชีวิตที่แกร่งที่สุด ก็คือสิ่งทีสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้นั่นเอง |
|
||||
|
|