Kawin's profileMessy Amp ^+^PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
March 19 เรื่องของเด็กกำพร้า
ความฝันของหนึ่ง ใครไหนจะเข้าใจหัวอกของลูกกำพร้าเท่ากับผู้ที่เป็นลูกกำพร้าด้วยกันเอง ชีวิตน้อยๆของกระผมนั้น เริ่มต้นขึ้นที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง ซึ่งกระผมภูมิใจที่จะเรียกว่า “บ้าน” ในรั้วบ้านที่กระผมอยู่นั้น ไม่ได้มีแต่กระผมเพียงคนเดียว หากแต่มีเพื่อนๆ ชาวเด็กกำพร้า เช่นเดียวกับกระผม เราอยู่กันอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน เด็ก ก็คือเด็กครับ เมื่อครั้งยังเด็ก พวกเราชาวเด็กกำพร้า สนใจแต่เรื่องที่จะเล่นกันเท่านั้นครับ การเป็นลูกกำพร้าไม่เคยเป็นปัญหาต่อการเล่นสำหรับพวกเราเลย แม้แต่น้อย จนชีวิตเริ่มก้าวเข้าสู่การเป็นวัยรุ่น .........................กลางดึกของคืนหนึ่ง เมื่อประตูรั้วบ้านชาวเด็กกำพร้าของพวกเรา ถูกเปิดต้อนรับให้กับ “สมากชิกใหม่” ............................. แน่นอนครับ เขาผู้นั้นจักต้องเป็นผู้ที่กำพร้า เช่นเดียวกับเราๆ อย่างแน่นอน สมาชิกใหม่ของเราคนนี้นั้น เขาชื่อ หนึ่งครับ นายหนึ่งนั้นดูผิวเผินเขาก็ปกติ เหมือนมนุษย์ปุถุชนทั่วไปล่ะครับ แต่ทว่าเขาค่อนข้างจะเป็นคนที่มีความฝัน...... กระผมและเพื่อนๆในบ้านต่างก็ชื่นชมในความแน่วแน่และเด็ดเดี่ยวที่จะเดินตามความฝันของนายหนึ่งคนนี้เป็นอย่างมากครับ ....................................เพราะนายหนึ่งของเราคนนี้ล่ะครับที่มาจุดประกายให้พวกเรามีฝัน คุณๆทราบกันไหมครับว่าสมาคมชาวเด็กกำพร้าอย่างพวกกระผมช่างมีความฝันอันหลากหลาย พรั่งพรู ไม่รู้ว่าออกมาจากสมองส่วนไหนกันบ้าง แต่ทว่าวันหนึ่ง ชาวเด็กกำพร้าอย่างพวกเราก็ได้เรียนนรู้ว่า เรามีฝันที่ร่วมกันอยู่ ความฝันหนึ่ง ........ ฝันเล็กๆนั้นคือ การที่จะได้รู้ว่า พ่อแม่ของตนคือใคร......... เมื่อรวบรวม เพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้ นายหนึ่งของเราก็นำพวกเรา หนีออกจากบ้าน ซึ่งการหนีในครั้งนี้เป็นเพียงการหนีเที่ยวผสมกับอุดมการณ์ตามหาความฝันด้วยล่ะครับ เราเริ่มต้นจากห้างสรรพสินค้า, ป้ายรถเมล์, สี่แยกไฟแดง,สวนสาธารณะ แล้วอีกหลายสถานที่ ที่กระผมทั้งจำได้และจำไม่ได้ครับ แต่เรียกได้ว่าเราไปมาทั่วทุกสารทิศจริงๆ จนถึงทุกวันนี้ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ตามหาบุพการี ของพวกเราชาวเด็กกำพร้า บ้างก็ประสบความสำเร็จ ได้พบเจอ ได้รู้ว่าพ่อแม่ตนเองนั้นเป็นใคร ....... บ้างก็ต้องกลับมาอยู่บ้านกันตามเดิม เพราะไม่ประสบความสำเร็จ อย่างเช่นกระผมแต่พวกเราก็ยังภูมิใจครับว่าครึ้งหนึ่งเราได้เดินตามความฝัน ตามอุดมการณ์ของพวกเรา จะมีก็เพียงแต่ นายหนึ่ง “เพื่อนชาวกำพร้า หัวแข็ง” ของเรานี่ล่ะครับ ที่ไม่ยอมลดละความพยายาม ...............ด้วยความรัก ความหวังและความฝันอันสูงสุดว่าจะได้พบพ่อสักครั้งของนายหนึ่ง............... ทำให้ทุกๆคนที่พบเจอเขารับรู้ในทันที ว่าเขาเป็นลูกกำพร้า ก็เพราะไอ้ประโยดติดปากที่ใช้ตามหาฝันที่ว่า “ มึงรู้มั๊ย พ่อกูเป็นใคร” ของเขานั่นน่ะสิครับ ทำให้บ้านเด็กกำพร้าของเราโดยเฉพาะนายหนึ่งโด่งดัง เป็นข่าวมาจนทุกวันนี้ ............................ทุกๆที่ที่เขาไป ทุกคนที่เขาเจอไม่ว่าจะถูกชะตาหรือไม่ หนึ่งมักจะเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วตะโกนใส่หน้าและถามเสียงดังอย่างไม่อาย ว่า “มึงรู้มั๊ย พ่อกูเป็นใคร” สำหรับเด็กกำพร้าบางคน การไม่ได้รู้จักพ่อแม่ตนเอง ดูจะเป็นเรื่องน่าน้อยใจก็จริง แต่พวกเราก็ไม่เคยเอามาเป็นปัญหาสำคัญในการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมครับ แม้กระทั่งผม ผมได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนๆผู้น่ารักคนอื่นๆ ที่เขามีทั้งพ่อและแม่ แต่ผมก็ไม่เคยคิดที่จะเข้าไปถามหรืออยากจะทราบที่มาที่ไปของเขา ว่า “พ่อมึงเป็นใคร” ผมสนใจเพียงแต่ว่า ให้เขาเป็นคนดีแล้วผมเข้ากับเขาได้ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผม แต่สำหรับเด็กกำพร้า ที่มีปมในหัวใจอย่างนายหนึ่ง การที่จะได้รู้ถึงพ่อแม่ บุพการีของเพื่อนใหม่นั้นเป็นเรื่องสำคัญมากครับ ปมด้อยของการเป็นเด็กไม่เคยรู้จักพ่อแม่ของหนึ่งนั้น ทำให้หนึ่งเลือกคบเฉพาะแต่เพื่อนที่มีบุพการีและมีสกุลรุณชาติเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพียงเพื่อที่จะสานต่อปฏิบัติการตามหาความฝันที่อยากจะรู้ว่า “พ่อกูเป็นใคร” ของตนเองนั้น ให้เป็นจริง เร็วๆสักที...................... ปล.ครับ ด้วยอานิสงค์ของการคบเพื่อน ที่มีบุพการีสูงสกุลของนายหนึ่ง ทุกวันนี้เขาได้รับราชการ มีตำแหน่งใหญ่โต แต่ก็ยังอดที่จะเฝ้าถามคนอื่นไม่ได้ครับว่า “มึงรู้มั๊ย พ่อกูเป็นใคร”
September 10 One Year Anniversary...and I hate you.นานๆจะเจอกันที แว่บไมทางนู๊นที ทางนี้ที จนไปๆมาๆ มานับได้ว่า ปีนึงแล้วครับพี่น้องที่ทำงานอยู่ ณ ที่ๆเดียว
ไอเรานี่ก้อ ไม่รู้จะเรียกว่าโรคจิตรึปล่าวนะ ประมาณว่าถ้าไม่นับ ก็จะไม่รู้สึกว่านาน (เข้าใจกันป่าววะ)
ก็คือ แบบว่า จิงๆก็ทำงานไปเรื่อยๆก็ยังแฮ้ปปี้นะ แต่พอมาคิดๆแล้วรู้ว่าตัวเองทำที่นี่ได้ปีนึงแล้ว
มันเป็นความรู้สึกที่อัตโนมัติยังไงไม่รู้ว่า เฮ๊ยยยยยย หางานใหม่เหอะ (บ้าป่าววะเราหนิ)
ปีนึงสำหรับ ปะป๊า มะม๊า อากู๋ อาอี๊ ก็คงดูว่า ไม่นาน ประสบการณ์ยังน้อยนัก (ลึกๆก็เห็นด้วย)
แต่สำหรับปีนึงที่ต้องทำงานร่วมกับคนประเภทแบบ "จิตไม่ปกติ" นี่มันแสนสาหัสอยู่นา.....
เลยได้เรียนรู้ไรมากมาย ทั้งคน ทั้งงาน แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปทางคนมากกว่า
เพราะอาชีพนี้ นอกจากเพื่อนร่วมงานอันประสาทของข้าพเจ้าแล้ว คุณๆลูกค้าผู้มีพระคุณก็พากันประสาทไปด้วยคร๊าบบบบ
แต่ถ้าจะพูดกันตามเนื้อผ้าแล้ว งานนี้มันก็มันส์ดี การปราบคนประสาทๆให้อยู่หมัด นี่มันแปลว่า เราประสาทไปด้วยรึปล่าวหว่า....
แต่มะเป็นไร เอาเป็นว่า ท้าทายดี แต่เป็นไปได้ก็อยากหาโอกาสใหม่ๆทางการงานอ่ะค่ะ
คิดได้อย่างงี้ ในหัวสมองเรยวางแผนกันให้ควั่กกกกก วุ่นวายไปหมด
แผนการมากมาย ร้อยพัน (ซึ่งมะรู่จะได้ทำและทำได้รึป่าว) แต่คิดเอามัน
เอาเป็นว่า ไว้มีไรใหม่ จะมาอัพเดท ที่นี่ก่อนเรย โอเคมั๊ย...???? July 21 Congratulations y'all !!!Today's topic is for you all " The New Graduated One"
I am just the one in a past year ago.
I reconized you all, who came for celebrate ma'Graduation.
I realize as well that when the time goes by
And it's your turn!!!
Congratulations!!!!! ma'dude.
You passed the primary step of life.
Dont think u've got the success.
Coz u havn't do anything yet.
The "REAL" life just gonna start.
You gonna face the several taste of life.
And you gonna know
.....that.....
There's something that more badly than sitting in da'bored class.
5555+ just kidding!
Congratulation again!
.....And.....
Let's go to find your pathway dude!
Hope you catch your dream soon.
(And me as well eieiei)
June 27 When u c da blue sky.>>>Blue sky<<<
Can anyone tell me.
How do u feel when u see the blue sky???
What does the "Blue sky" mean for?
.....Sometime i see the blue sky come with the smile.
.......But sometime i see the blue sky come with the tears.
.........Someday my blue sky come with da happiness.
...........And also someday my blue sky come with their sadness.
....Dont you think it strange???....
June 07 ประสาทกลับ...กันไปแล้วครับท่าน..หลังจากที่ตกลงปลงใจกันว่า......
โอเค!!!! เราจะไดเอท กัน
เพียงไม่กี่วันเท่านั้นครับพี่น้อง
"คุณพี่แฟน"
ของเราก็ไปลงคอร์สเรียน"ทำขนม"
แล๊ววววววว มันจาอดใจกันได้ไม๊ล่ะเนี่ย
เรียนเสร็จก็หิ้วกลับมาให้ชิมกันถ้วนหน้า
แถมเป็นเมนูขนมปัง+ขนมเค้ก ท๊างงงงน๊านนนนน
ไม่เพียงเท่านั้นฮะ!!!
ที่คุยกันว่าจาไม่กินข้าวตอนเย็นกัน
ก็กลับกลายเปนว่า กินมันแมร่งงงงงงงงง
"ทุกมื้อ" ไม่เว้นอาหารว่าง
.......อิอิอิ........
แต่
เราก็ยังคงมีความตั้งใจเดิม จริงๆนะฮะ
"เรา-จะ-ได-เอท"
คอยดู๊...........คอยดูนะ
สวยละอย่ามาง๊อก้อละก๊านนนนนนน
May 23 I'm back here again!หวัดดีทุกคน
ห่างหายไปนาน จนเกือบจะลืมไปแล้ว ว่า เค้าอัพสเปซกันยังงัยหว่า????
(เวอร์มะ??) พอดีวันนี้เคลียร์งานเรียบร้อยแว๊วววว ว่างอยู่พอประมาณ
เลยหาไรทำโดยการอัพเดทกันนิดเนิงอ่ะ
ไม่ได้เจอ ไม่ได้คุย ไม่ได้เข้ามานาน
......หลายอย่างเปลี่ยนไป หลายอย่างยังคงเดิม......
ก่อนอื่นขออัพเดทข้อมูลตัวเองก่อนนิดนึง คือว่า เพื่อนๆฮะ
ตอนนี้เราก็ยังคงขายคอนโดอยู่แถวชิดลมเหมือนเดิมนะฮะ ไปไหนก็โทรมาเช็คเวลากันได้
เผื่อว่างจะไปแจมด้วย อิอิอิ...
เออ!!!!จิงๆแล้ว เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา เราไปเที่ยวกระบี่มานะ แต่พอดีว่า เอารูปไปอัพโหลดลงที่
hi5.com ก็ลองไปดูในนั้นนะ เราขี้เกียจเอามาอัพในนี้อีกทีน่ะ
ส่วนอันนี้ เป็นเรื่องที่ต้องแสดงฟามยินดีอย่างยิ่งสำหรับเพื่อนสาวเสียงแมนของเรา ไอหนึ่ง and the gang
นะจ๊ะ จบกันซะทีนะ ปริญญาใบนี้ เด๋วเดือน กรกฎาเจอกานนนนนน
แล้วก็อีกเรื่องนึง "ริน" ตกลง มึงตั้งชื่อลูกยังวะ????
ดีใจด้วยนะเฟ่ยยยยยย (กรูมีหลานอีกคนแล้วเหรอเนี่ย?)
วันไหนอากาศดีๆ โอกาสเหมาะๆ เจอกันนะเพื่อนๆ คิดถึงๆ
ปล. โตแล้ว ทำงานแล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
แต่... I hope we keep in touch naaa!!
March 20 ก็ว่ากันไป.....คนเราทุกวันนี้
แทบจะหาความเป็นตัวของตัวเองไม่ได้ซะแล้ว
ยิ่งอยู่........ยิ่งหาอัตลักษณ์ ตัวตน ของตัวเองที่แท้จริงไม่เจอ
คนจำนวนมาก.ยอมให้ "สังคม" กลืนชีวิตส่วนตัว รวมไปถึง
ความเป็นตัวตนของตัวเองไป ก็เพียงเพื่อที่จะยืนผงาด ยืดไปตาม
"กระแส" ของสังคมที่เข้ามา บ้างก็ดี "บ้างก็เลว"
คละกันไป จนความดี เริ่มจะเลือนหาย ปล่อยให้ "ความเลว"
กระจายฟุ้งไปทั่วเมือง
นี่มันเกิดอะไรขึ้น????
คนเรา ทุกวันนี้ นอกจากจะเรียนวิชาสามัญ ที่หลักสูตรการศึกษาทั่วไปแล้ว
ยังต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหา สิ่ง"เลวๆ" ที่สังคมเป็นอยู่ด้วย
ใครทนได้ก็เป็นที่ยอมรับ นับหน้าถือตา น่าชื่นชม
ส่วนใครที่ดื้อด้าน ยืนยันในความดีที่ยึดเป็น "สรณะ" นั้น
ก็โดนสังคมบีบให้ ตนดูเปรียบเสมือนว่า "กูทำอะไรเลวร้าย"มามากกกกกก
ซะขนาดนั้นเรย
แปลกดีเนอะ
สังคมทุกวันนี้ หรือเราจะต้องหัดปรับตัว
ให้เข้ากับ "น้ำเน่า" ให้ได้ แล้วล่ะสิ
ก็สิ่งมีชีวิตที่แกร่งที่สุด ก็คือสิ่งทีสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้นั่นเอง March 16 เรารักในหลวงวันนี้ตอนนั่งรถมาทำงาน อยู่ๆก็เกิดนึกถึงเพลง "ภูมิแผ่นดิน" ขึ้นมา
นึกถึงสมัยเรียนมัธยมที่ต้องยืนร้องเวลาเข้าแถวตอนเช้าๆ
...................
นั่งคิดๆดู มารู้สึกว่า เพลงนี้เพราะจังเรยอ่ะ คนแต่งเพลงเก่งนะ
ใช้ศัพท์ต่างๆ มาร้อยเรียงได้ ไพเราะมาก
ร้องแล้วจินตนาการตามเนื้อความแล้ว
เห็นภาพ ที่ในหลวง ทำพระราชกรณียกิจต่างๆ
เนื้อเพลงช่างบรรยายเรื่องราว
ได้ดีจังเลย
ฟังแล้วรู้สึก "รักในหลวง" จัง
บุญของแผ่นดินไทย พ่อหลวงบันดาลให้ ที่ในยุ้งฉางมีข้าว
น้ำรินดินดีใครเล่า ทุกข์ใดเหินไปบรรเทา ด้วยพระบาท เกือบศตวรรษ ธ นำไทยทั้งชาติ พ้นภัย แผ่นดินถิ่นเมืองทอง ผ่านพ้นโพยภัยเนืองนอง พระทรงคุ้มครองไทยไว้ ธ เป็นพลังแผ่นดิน สมานพลังชีวินของชนชาวไทย อุ่นใจไพร่ฟ้า พระบุญญาเกริกไกร ภูมิพลมหาราชา ** อ้าองค์สุริย์ศรี มีธรรมส่อง ปกครองอย่างทรงพระเมตตา ดุจบิดรเหล่าประชา ทุกข์ร้อนใดใดกรายมา โอ้ฟ้าเป็นดั่งฝนดับไฟ ภูมิใจไทย ร่วมร้อยหัวใจร่วมใฝ่ร่วมหวัง ภูมิพลัง แผ่นดินถิ่นนี้ยิ่งใหญ่ ภูมิประวัติ ประชาชาติภูมิผไท ภาคภูมิประชาชัย ภูมิพลังแผ่นดิน เทิดไท้ นบน้อมเทิดทูน ธ เหนือเกล้า สราญนานเนา หทัยสุขล้ำสมจินต์ เพริศแพร้ว พิพัฒน์ เภทภัยพ่ายแพ้สิ้น นวมินทร์มหาราชา ภูมิพล ขอให้พระองค์ "ทรงพระเจริญ" March 08 ถึงมิตรรักแฟนเพลง อิอิอิสวัสดี มิตรรักแฟนเพลงทุกๆท่าน
เป็นเวลานานนนนนนนน มากกกกกกกกก แร๊ววววว ที่ แอมแอมไม่ได้เข้ามาอัพสเปซเรย
แล้วก็เป็นเวลานานนนน มากกกกกกกกก แร๊ววววว อีกเช่นกัน ที่แอมแอมไม่ได้อัพเดทข่าวคราวของใครๆเรย
วันๆก็ก้มหน้าก้มตา ทำงาน-----กลับบ้าน-----ทำงาน-----แล้วก็กลับบ้าน
เริ่มจะเป็นมนุษย์เงินเดือนเข้าไปทุกที----ทุกทีซะแร๊วววว
แล้วก็เริ่มรู้สึก เบื่อหน่ายวิถีชีวิตแบบนี้ซะแร๊วววววว ด้วย
ไว้คราวหน้า มาอัพสเปซอีกที เพื่อนๆอาจเจอ แอมแอม ออกต่างจังหวัดอีกแร๊วก็ได้นะ
อิอิอิ พ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้วเรา พอแค่นี้ ดีก่า
ส่งข่าวกันมั่งน๊า........ทุกโค๊นนนนนนนน
December 05 The Changing.The Changing of my life happened again
After i decided to be a "Sale representative"
Uhhhh...to be honestly......
...i'm not sure...
how good i am to be here.
But i'm gonna be ok,right? hehehe
Nobody knows about future,
So dont let your time pass by doing nothing!
Ummmm... i really wanna take a vacation la.
Want some rest!
Coz Being a Sale is really hard (working).
Call me na y'all if wanna eat or hang out!
Miz ya all! November 20 Take me out of the blue plz......T_T........................................
......................
หลายวันมานี้
รู้สึกไม่สบายใจ เอาซะเลย
เหงา เซ็ง เศร้า
มากความรู้สึกเหลือเกิน
ไม่รู้ที่มา ที่ไปเหมือนกัน
มารู้ตัวอีกที ก็รู้สึกว่า
ชีวิตขาด "การเติมเต็ม" ไปซะแล้ว
จากที่เคยมี ชีวิตชีวา
....วันนี้กลับจางหาย....
เฮ๊ออออ อะไรมันจะน่าสงสารขนาดนี้น๊า..
กวินไม่มีแม้แต่เพื่อน
ท่าทาง ต่างคน ต่างก็มีหนทางของตัวเองจริงๆ
เลยลืมไปว่า ระหว่างทาง ได้เจออะไรกับใครมาบ้าง
ปล. เหนื่อยใจอ่ะ....... เมื่อวันเสาร์ ไปข้าวสารมา
ดีใจจัง นี่เป็นการเที่ยวครั้งแรก ตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่ กรุงเทพฯ
จะว่าไป การที่เมิง จบช้าก็ดีเหมือนกันนะ ไอหนึ่ง ทำให้กรูยังมีเพื่อนอยู่
ขืนจบรุ่นเดียวกัน คงไม่มีใครไปเที่ยวกะกรูแน่ๆเรย.........
ตึ๋งคะ ไว้ไปอีกนะ คืนนั้น มันมากกก ขอบอก!!!
November 13 เมื่อความซวยมาเยือน.....หวัดดีครับ ท่านผู้ชม
ก็อย่างที่ได้กล่าวไว้เมื่อครั้งก่อน
ว่าชีวิตคนเรามัน ไม่มีไรแน่นอนอ่ะนะครับ
บทมันจะดี ก็ดี๊....ดี
.....แต่.....
บทมันจะซวย ก็ซ๊วย.....ซวย
ซับซ้อนจริงๆนะครับท่านผู้ชม
กวินเองก็ได้แต่โบ้ย เป็นเรื่องของโชคชะตาไปครับ
หรือไม่ก็เวรกรรม น่ะครับ ท่านผู้ชม
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กวินก็ออกไปทำงาน
เพื่อบริษัทครับ แต่ สงสัยจะวุ่นไปหน่อย
จนลืมเช็คสภาพตัวเองว่า
ไม่รู้เอาสมบัติชิ้นเดียวในขณะนั้นไปวางไว้ที่ไหน
หายครับหาย โทรศัพท์กวินหายอีกแว๊ววววววว
นี่คือเรื่องเซ็ง เรื่องที่หนึ่ง
ยังไม่จบเพียงแค่นั้นครับท่านผู้ชม เพียงคุณติดตามอ่านต่อไปในสองนาทีนี้
เราแถมเรื่องน่าเซงให้คุณได้อ่านฟรีครับท่านผู้ชม
แต่เรื่องหลังนี้ บรรยายไม่ค่อยถูกอ่ะครับ
เพราะมันเป็นเรื่องทางอารมณ์
พอดีได้ไปเจอ คนๆนึงกับเพื่อนคนนึง
อันที่จริงมันก็คงไม่มีไรมากหรอกครับ บางทีกวินอาจคิดมากไปเอง
แต่ จังหวะนั้น มันเกิดเซ็งขึ้นมาซะงั้นอ่ะครับ ท่านผู้ชม
เฮ๊ออออออ เอาเป็นว่า กวินเสียดายที่สุด
ก็แค่รูปแล้วก็ข้อมูลทั้งหมด ทั้งหลายในโทรศัพท์กวินน่ะครับ
แต่ทำไรไม่ได้ ก็ต้อง ช่างมันวะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบนะครับทุกท่าน November 02 สุขสันต์วันเกิดสวัสดี ทุกคน ตอนนี้ก็ปาเข้าไป สี่โมงจะครึ่งแล้ว เร็วจังแฮะวันนี้
จะว่าไป คงไม่ใช่เฉพาะวันนี้ วันเดียวหรอกมั๊งที่ผ่านไปเร็ว
เพราะ เผลอแป๊ปเดียว ตัวชั้นเองก็ อยู่บนโลกใบนี้ เป็นเวลา 23 ปีเต็มซะแร๊ววววว
เร็ว จิงๆแฮะ
วันเกิดปีนี้ แม้ว่า ไม่ได้เจอเพื่อนรักทั้งหลาย
แม้ว่าเพื่อนรักทั้งหลายจะจำไม่ได้ว่าเป็นวันที่ชั้นเคยกินเค้กด้วย
แต่อยากจะบอกว่า ชั้นไม่งอนหรอกนะ ก็แค่เคือง อิอิอิ
ปล่าวหรอก โตๆกันแล้ว เอาเป็นว่า เข้าใจ
คนเราก็ลืมกันได้เป็นธรรมดา
มันก็แค่วันธรรมดาๆ วันนึง สำหรับคนอื่นๆ
วันนี้ เอาเนื้อเพลง "คนธรรมดา" มาลงไว้
สาเหตุเพราะ ชอบเพลงนี้มากมาย (ก็มันน่ารักดี)
เกิดเป็นคนธรรมดา ไม่เคยคิดหารักจากใคร
อยู่ลำพังเดียวดาย ไม่เป็นไร
แต่ว่าคนธรรมดา อย่างตัวฉันต้องเปลี่ยนไป
เกิดพลาดพลั้ง ยื่นดวงใจไปให้เธอ
อยากจะมีความทรงจำ จากความเจ็บช้ำก็ยังดี
ก็เพราะ มันคือวิธี จดจำภาพเธอไปแสนนาน
ปล่อยให้เธอหลอกหลอนใจ เก็บเอาไปฝันจนมันติดตา
........ไม่ทำให้ลืมเธอ
แต่เธอดูเย็นชา คนธรรมดาเริ่มอ่อนใจ
เกิดความทุกข์ขึ้นทันใดเมื่อได้ใกล้ชิดเธอ
แต่ว่าคนธรรมดา ในเวลานี้จำต้องเอ่ย
จำต้องเผย ความในใจ ให้เธอรู้ November 01 ถึงคราว ความสดใส มาเยือนยิ้ม ยิ้ม อมยิ้มอยู่ได้ทั้งวัน
ยิ้ม ยิ้ม อมยิ้มอยู่ได้ทุกทีที่นึกถึง
ใครๆผ่านไป ผ่านมา อาจแอบคิดว่าบ้า
แต่ก็ยอมบ้า ถ้าชีวิตจะมีความสุข มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
....อิอิอิ...........คิคิคิ....
ไม่รู้เหมือนกันว่า "ชีวิตชีวา" ครั้งนี้ของชั้น จะอยู่กับชั้น
ได้นานขนาดไหน
แต่เมื่อมัน "บังเอิญหลง" เข้ามาแล้ว
ก็จะใช้เวลาและเปิดใจกะมันดูซักหน่อย
อยากให้ "ชีวิตชีวา" ของชีวิต
ดำเนินไปอย่างราบรื่น
ถ้ามันจะสะดุด ก็อยากให้มันกลับมาเป็น "ชีวิตชีวา"
ที่ทำให้ ชีวิตมีชีวิตชีวา อยู่ตลอดเวลา
อยากบอกว่า
....สวัสดี....ยินดีที่ได้รู้จัก....และขอบคุณ....
คุณมากนะ ........ "คุณชีวิตชีวา"........
เกือบสองเดือนที่ผ่านมา ชั้นได้เรียนรู้จาก "คุณชีวิตชีวา" ว่า
การเดินตากฝน มันก็สนุกไปอีกแบบ
การเดินจตุจักร มันก็ไม่ได้ร้อน น่าหงุดหงิดอย่างที่คิด
และสุดท้าย การคุยโทรศัพท์ไปด้วยและทำอื่นๆอีกมากมายไปด้วย
เป็นความสามารถพิเศษ เฉพาะบุคคล......ห้ามลอกเลียนแบบ!!!!!
October 30 Hope you sleep well forever....สำหรับชั้นแล้ว....
"ชีวิต" คนเรา ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ อันดับหนึ่งเลยทีเดียว
รายละเอียดแห่งชีวิต ล้านคน ก็ล้านรูปแบบ
อาจจะคล้ายกันบ้าง แต่ก็ไม่มีชวิตใคร "เหมือน" ของใครซะทีเดียว
"ชีวิต" คนเรา
บางครั้งสุข บางครั้งทุกข์
"ชีวิต" คนเรา
บางครั้งยาว บางครั้งสั้น
ไม่บ่อยครั้ง..........ที่เมฆหมอกแห่งความเศร้าจะมาเยือน
"ชีวิตทุกชีวิต" ต่างก็รู้ดี ในความจริงข้อนี้
แต่ก็อดที่จะไม่หวั่นไหวไปตามกระแสของความหม่นหมองนั้นได้
สำหรับชั้นแล้ว
ชั้นดีใจเสมอ ที่ได้เห็นความมหัศจรรย์ ของชีวิต
แม้ว่าบางครั้งจะเป็น ความมหัศจรรย์ ในรูปแบบที่ไม่ค่อยอยากให้
"มันเป็นไป" ก็ตาม
แล้วก็รู้สึกขอบคุณเสมอ สำหรับสายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ระหว่างชีวิต แต่ละชีวิต
มันทำให้ได้เรียนรู้ว่า โลกเรามีสีสัน มีเรื่องราว
......มีขาว มีดำ........
มีมืด.......มีสว่าง
มีเธอ..........มีชั้น......มีเรา............
ถ้าโลกนี้ไม่โหดร้ายเกินไป
ชั้นอยากจะให้ "พวกเรา" อยู่ เพื่อที่จะแบ่งปัน
"ความมหัศจรรย์ของชีวิต" ร่วมกันไปนานๆ
ขอบคุณ อะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้เราได้มารู้จักกัน ขอบคุณอะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้ “เราไม่ได้เป็นแค่คนรู้จักกัน” สุดท้ายขอบคุณเธอทุกคน ที่เรายังรักกันและรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราไว้เรื่อยมา จนตอนนี้ วันนี้ชั้นเข้าใจแล้วล่ะว่า ความจริงแล้ว “ชิวิต” ของคนเรา นั้นมี “ความรัก” เป็นสิ่งเติมเต็มนั่นเอง และก็คงไม่หวังมากไปใช่รึปล่าว หากว่าชั้นอยากจะเห็นทุกๆคนรักกันและดูแลคนที่เรารักให้ดี อย่าลืมสิ ก็ “ชิวิต” มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ บางครั้งยาว....แต่บางครั้ง..มันก็แสนจะสั้น......นั่นเอง
สำหรับ บล็อกนี้ ตั้งใจเขียนขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อคนที่ชั้นรักทุกๆคน และพี่เบนซ์
พี่ชายที่น่ารักเสมอ......ขอบอกว่าดีใจที่ครั้งนึงได้รู้จักกัน
อยากให้พี่เบนซ์หลับให้สบาย...แล้วพวกเราจะคิดถึงพี่เบนซ์ตลอดไป.......
By: เด็กชายกวิน
October 11 ฮือๆๆๆๆๆ พูดไม่ออกไม่รู้จะบรรยายไงดี แต่วันนี้ เซ็งสราดดดดดดดดดดดดดดดด
ไม่มีไรทำสุดๆอ่ะ
อยากไปลองสอบ โทอิกดูจัง แต่ก็ยังไม่ค่อยจาพร้อม
เฮ้อ...จามีไรที่มันได้อย่างใจซักอย่างไม๊เนี่ย
เอ้อออออ...เมื่อ เสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมา ดีใจจัง
ได้เจอคนที่อยากจะเจอ ไปในที่ที่อยากจะไป
ไม่ต้องวุ่นวาย จะมีก็แต่ฝนอย่างเดียวที่ทำให้บรรยายกาศชืดไปหน่อย
แต่ก็ชินแล้วล่ะ ออกข้างนอก เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ เปียกฝนมันได้ทุกวัน
แหม...อยู่ใต้ฟ้า จากลัวไรก่ะฝน จิงป่าวววววว???
เฮ๊ออออ อยากไปนั่งสวนสันติอีกจัง หาเค๊กหร่อยๆกิน
(แต่วันหยุดที่ผ่านมานี่ หนุกดีนะ ดีใจอ่ะ ไม่ได้ไปงี๊มานานละ)
So, finally wanna say ....Welcome to my life!!!!
Hopes it's my turn!!!! September 28 เปรี้ยวปาก...อยากกินวันนี้ก็เข้าวันที่สี่ ของการมาทำงานที่ใหม่แล้ว (เร็วจัง)
แต่ก็ยังไม่ได้เรียนรู้ไรมากอีกตามเคย ที่นี่เค้าคงสอนกันตัวต่อตัว
ไม่มีระบบการเทรนนิ่ง หรือเรียนข้อมูลอย่างที่แอลจีนิ
ตอนนี้ บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วย ใบโบรชัวร์ของ โครงการบ้าน-คอนโด
ของคู่แข่งทั้งหลาย ต้องมานั่งอัพเดทข้อมูลลงคอม(ง่วงจัง)
อยากกินขนมเค๊ก นุ่มๆ หวานๆอร่อยๆ จังเรยยยอ่า
ใครก็ได้...ว่างๆไว้ไปหาไร อร่อยๆกินกันเถอะ.......
ปล.ทำงานที่นี่ สงสัยต้องเอาสมองไปอัพแรม ซะหน่อยแล้ว
เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ใหม่ด้วย
มีไรให้ต้องรู้ ต้องจำเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ
September 25 อยากจาบอกว่า คิดถึงมั่กๆหวัดดีเช่นเคย ทุกๆคน
(จิงๆก็มีไม่กี่คนหรอกที่จะเข้ามาในนี้)
ตอนนี้นั่งอยู่ในที่ทำงานใหม่ ออฟฟิศใหม่
เพื่อนร่วมงานใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่สังคมใหม่
ทุกอย่างฟังดูจาใหม่ไปซะหมดเลย จนแอบไม่อยากจะหลุดมาจาก
อะไรบางอย่างในที่เก่าๆ ยังคงคิดถึงผู้คนในที่เดิมๆอยู่
แล้วก็คิดถึงมากๆด้วยสิ
วันนี้เริ่มงานวันแรก ยังบอกไรไม่ได้ว่าดี-ไม่ดี ชอบ-ไม่ชอบยังไง
เพราะยังไม่ได้เรียนรู้ไรเรยยยยยยย
รู้แต่ว่า การเดินทางโหดมากกกกก...เหนื่อยมากกกกกก.......
กลางวันกินข้าวก็วุ่นวาย เป็นสไตล์ของชีวิตคนเมืองเต็มตัวจิงๆ เฮ๊อออออ
สงสัยเราคงจาอยู่ต่างจังหวัดจนชิน
รู้สึกปรับตัวยากจังเลย กับสังคมเมือง วุ่นๆเนี่ย
คิดถึงทุกอย่างที่เป็นแอลจีจังเลย
ไว้อะไรๆ ลงตัวแล้วจากลับไปเที่ยวหาทุกคนนะ...รับรอง
คิดถึงนะ
September 11 ตามแต่ใจคนหลังจากที่ไปเซ็น สัญญา กับบริษัทใหม่มาแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่ รอวันเริ่มทำงาน
ลึกๆก็แอบเสียดาย ที่ต้องจากแอลจีจริงๆ ก็อย่างว่าเนอะ อยู่กัน มันก็ผูกพันเป็นเรื่องธรรมดา
อีกอย่าง ที่นี่ก็เริ่มมี แรงดึงดูด ให้ไม่ค่อยอยากไปซะเท่าไหร่ แต่คนจะไปก็ต้องไป ช่ายยย ป่ะ
เฮ๊อออออ มีเรื่องให้ หนักใจเรื่อยอ่ะ ช่วงนี้ อยากให้เรื่องไรเก่าๆ วงจรไรเก่าๆ ผ่านไปซักที
ไม่อยากทำไร ด้วยอารมณ์ (เหมือนอย่างบางครั้ง ที่ทำ) อีกแล้วอ่ะ อืมม ระหว่างเรา
มันคงต้องหยุดไว้แค่นี้จะดีกว่า บางสิ่งบางอย่าง เราก็สามารถรู้สึกตัวเองได้ ว่า มันคงไม่ใช่
เฮ๊อออออ บ่นไรเนี่ยย เรา ยิ่งเขียน ยิ่ง งง แต่ มะเปนราย ก็เอาไว้ อ่านเอง ขำๆ
August 29 What would you do???Hey guys!!!!
Long time no see na..
คราวนี้กลับมาพร้อมกับข่าวคราวอัพเดทความเป็นไปในชีวิต
แล้วก็เรื่องสุดแสนจะลังเล มาปรึกษา คุณๆที่บังเอิญเข้ามาเยี่ยมเยียนกัน
เข้าเรื่องเลยละกัน
ครือออ ว่า ก็ จาบอกเพื่อนๆว่า เราจาออกจาก แอลจี แล้วนะเพื่อนๆ
ตอนนี้ ได้งานที่ใหม่ มาจ่อรออยู่ตรงหน้าแล้ว
(แอบดีใจจะได้เปลี่ยนงานใหม่ ที่ไม่ใช่งานที่เกี่ยวกะภาษา(วิศวะ)เกาหลี)
แต่เรื่องมันก็มีอยู่ว่า จนจะครึ่งเดือนอยู่แล้ว ที่ บอกเค้าไปว่าจะออก
จนป่านนี้ เค้ายัง ไม่หยุดเกลี้ยกล่อม ให้อยู่กะเค้าอยู่เลย(คือเราลำบากใจ ที่ต้อง ปฏิเสธพวก ผู้ใหญ่ทั้งหลายอ่ะ)
คืออยากจาถามเพื่อนๆเหมือนกันอ่ะ คือ เราลังเลใจมากๆจิงๆนะ
คุณจาเลือกงานไหน ระหว่าง
1. งานที่ได้เงินดี แต่เป็นงานที่เราไม่ชอบ ทำแล้วต้องปวดหัวแทบอ้วก และสุดจะทรมาน ไม่มีความสุขกะมัน
2. งานที่ได้เงินก็จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ เด็กจบ ป.ตรี ทั่วไปเค้าได้กัน (ซึ่งมันก็น้อยกว่าองานแรกซัก 3-4พัน)แต่น่าจะเป็นงานที่เราสนุกกะมันมากกว่า
งานแรกมีกินมีใช้ แต่ มะค่อย มีความสุข กะงานที่มีความสุข แต่ อาจจะใช้จ่ายไม่สะดวก
ช่วยออกความคิดเห็นทีจิ ลังเล มั่กๆ
อยากรู้ว่าเพื่อนๆ จาคิดไง ถ้าเป็นตัวเอง
(แต่ลึกๆแล้วเราก็แอบมีคำตอบของเราแล้วอ่ะ)
อ้ออออ สำหรับ เพื่อนๆ แก๊งค์ ศึกษานารีอ่ะนะ เด๋ว ไปเจอกัน วัน งานแต่งไอรินมันเน้ออออ 29 กันยานี้คับพี่น้อง
ส่วน ไอเพื่อนรักทั้งหลายที่ไปงานแต่งเจ๊อิ๋น วันที่3 พฤศจิกานี้ ขอเชิญมารวมตัวกันอีกครั้งนะคะ (ไม่ใช่งานกรูหรอกนะ)
งานพี่สาวกรู เจ๊ออยไง หวังว่า พวกมึงคงยัง จำได้ แต่งตัวสวยๆนะจ๊ะสาวๆ
อื้มมมม ลืมๆ ไปเลย
อยากจาขอบคุณ เพื่อนๆ ทุกคนด้วย ที่อุตส่าห์เดินทางไกล เอาตัวเองมาปรากฏใน รูปถ่ายงานรับปริญญาเรานะ
อันนี้ซึ้งจิงๆ ดีใจมากๆด้วย ขอบอก
หะหนึ่ง หะตึ๋ง หะเกด แก้ม ชาวอักษร ศิลกร ทุกท่าน ไว้เจอกัน (@ Brick Bar) โอเคมะ???
แล้วก็ จาบอก พี่เคด้วยว่า ขอบคุณมากๆๆๆ สำหรับทุกอย่างที่ทำให้ด้วยใจนะ
บางครั้งเรื่องทางใจมันก็ยากที่จะสื่อสารออกมาให้เป็นอะไรที่ชัดเจน เนอะ ว่าไม๊....
สุดท้ายของวันนี้ อยากจาบอกทุกๆคนว่า
(ถึงจาไม่ค่อยมีเวลาให้กันเหมือนอย่างแต่ก่อนก็เอาเถอะ ต่างคนต่างโต มีวิถีชีวิตเป็นของตัวเอง
มีสังคมของตัวเอง แล้วก็ มีแฟนเป็นของตัวเองกัน อันนี้เข้าใจ) แต่เหลือที่ว่างซัก 10 เปอร์เซ็นต์ ไว้รักษา
ความสัมพันธ์เดิมๆที่ดีๆ ไว้ด้วยนะ
ดีใจจริงๆ ที่เรายังรักกัน
ไว้เจอกันนะ บ๊ายบายจ้า......
|
|
|